เราสีแดง, นักรบไซต์เบอร์, พวกเราชาวสีแดง, ความจริงวันนี้, เผด็จการซ่อนรูป, ต้านเผด็จการ,เผด็จการ,
 
บ้านบ้าน  ช่วยเหลือช่วยเหลือ  ค้นหาค้นหา  รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)  

Share | 
 

 หมวด ๒ รัฐธรรมนูญ50

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 264
Join date : 08/05/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: หมวด ๒ รัฐธรรมนูญ50   Sat May 09, 2009 9:45 am

หมวด ๒ พระมหากษัตริย์



มาตรา ๘
องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิ
ได้ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้

มาตรา ๙ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก

มาตรา ๑๐ พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย

มาตรา ๑๑ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิและพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

มาตรา ๑๒
พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคน
หนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรีคณะองคมนตรีมี
หน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหา
กษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้

มาตรา ๑๓
การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งให้เป็นไป
ตามพระราชอัธยาศัยให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่ง
ตั้งประธานองคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่งให้ประธานองคมนตรี
เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือให้องคมนตรี
อื่นพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ๑๔
องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา
กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง
กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
กรรมการตรวจเงินแผ่นดินข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใดๆ

มาตรา ๑๕ ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้

“ข้า
พระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า
ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐ
ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”มาตรา ๑๖
องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการ
ให้พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ๑๗ การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์และสมุหราชองครักษ์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

มาตรา ๑๘
ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร
หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม
จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และให้ประธาน
รัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

มาตรา ๑๙
ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา
๑๘
หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น
ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ
แทนพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว
ให้ประธานรัฐสภาประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎร
สิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ
ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๒๐
ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา
๑๘หรือมาตรา ๑๙
ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา
๑๘หรือมาตรา ๑๙ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลาง
ก่อนในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง
หรือในระหว่างที่ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรค
สอง ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้
ในกรณีเช่นว่านี้
ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่ว
คราวไปพลางก่อน

มาตรา ๒๑
ก่อนเข้ารับหน้าที่
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙
ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้

“ข้าพเจ้า
(ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า
ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์(พระปรมาภิไธย)
และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐ
ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาตามมาตรานี้

มาตรา ๒๒
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓
การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
พระพุทธศักราช
๒๔๖๗การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
พระพุทธศักราช ๒๔๖๗
เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ
เมื่อมีพระราชดำริประการใด
ให้คณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิมขึ้นทูล
เกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย
เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว
ให้ประธานองคมนตรีดำเนินการแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้
รัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทน
ราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคสอง


สัมภาษณ์ก็ต้องคุกเข่า ยิ่งใหญ่เหลือเกิ

ป๋าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการปฎิวัตินะ แต่หัวขาวๆ ใครก็ไ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://democraticthai.forumotion.com
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 264
Join date : 08/05/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: หมวด ๒ รัฐธรรมนูญ50   Sat May 09, 2009 9:46 am

มาตรา ๒๓
ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง
พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช
๒๔๖๗แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ
และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบและให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญ
องค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป
แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ

ในกรณีที่ราชบัลลังก์
หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตาม
วรรคหนึ่ง ให้คณะองคมนตรีเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามมาตรา
๒๒ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในการนี้
จะเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว
ให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหา
กษัตริย์สืบไป
แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้น
อายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ
ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคหนึ่งหรือให้ความเห็นชอบตาม
วรรคสอง

มาตรา ๒๔
ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติ
วงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๒๓
ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทน
พระองค์ไว้ตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙
หรือระหว่างเวลาที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา
๒๐ วรรคหนึ่ง ให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้นๆแล้วแต่กรณี
เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไป ทั้งนี้
จนกว่าจะได้ประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาท
หรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์

ใน
กรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไว้และเป็นผู้สำเร็จ
ราชการแทนพระองค์ต่อไปตามวรรคหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลาง
ก่อน

ในกรณีที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรค
หนึ่งหรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวตามวรรคสอง
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๐วรรคสาม มาใช้บังคับ

มาตรา ๒๕
ในกรณีที่คณะองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๙หรือมาตรา ๒๓ วรรคสอง
หรือประธานองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
หรือมาตรา ๒๔ วรรคสอง
และอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานองคมนตรีหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
ได้
ให้คณะองคมนตรีที่เหลืออยู่เลือกองคมนตรีคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธาน
องคมนตรีหรือปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือตามมาตรา
๒๔ วรรคสาม แล้วแต่กรณี
ที่มา http://news.sanook.com/social/social_160643.php
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://democraticthai.forumotion.com
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 264
Join date : 08/05/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: หมวด ๒ รัฐธรรมนูญ50   Sat May 09, 2009 9:47 am






สัมภาษณ์ก็ต้องคุกเข่า ยิ่งใหญ่เหลือเกิน



ป๋าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการปฎิวัตินะ แต่หัวขาวๆ ใครก็ไม่รู้








ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://democraticthai.forumotion.com
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 264
Join date : 08/05/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: หมวด ๒ รัฐธรรมนูญ50   Sat May 09, 2009 9:48 am

อ่านแล้วจึงเข้าใจ ทำไม การเมืองไทย มันถึง เลวลง นับ แต่ยุค เปรมาธิปไตย เป็นต้นมา

คอลัมน์ซอยสวนพลู
หนังสือพิมพ์รายวันสยามรัฐ
ฉบับประจำวันที่ 11 มีนาคม 2530

โดยอาจารย์หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ผู้ได้รับการยกย่องเป็นพหูสูตร และเสาหลักประชาธิปไตยของไทยในอดีต

ความ
จริงผมไม่อยากจะเขียนเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้เลย
แต่เมื่อได้พิจารณาดูโดยรอบคอบแล้ว เห็นว่า
จำเป็นต้องเขียนเพราะถ้าไม่เขียนแล้วอาจเกิดผลเสียหายใหญ่โตต่อไปได้จะ
กระเทือนใครบ้างผมก็ไม่สนใจละครับ เพราะผมคิดเสียว่า
ถ้าผมกระเทือนใครคนนั้นเป็นคนควรกระเทือนหรือ กระเทือนอยู่แล้ว

มี
ข่าวออกมาว่า ในหลวงมีพระราชดำรัสกับคนหนังสือพิมพ์ที่จังหวัดเชียงใหม่
ในทำนองว่าระบอประชาธิปไตยในเมืองไทยนั้นยุ่งยากเพราะเราต้องลอกแบบฝรั่งเอา
มาใช้ ถ้าทำแบบไทยๆ ก็คงจะยุ่งยากน้อยลง

พระราชดำรัสนี้มีขึ้นในโต๊ะ
เสวย ขณะที่มีพระราชปฏิสันถารกับคนหนังสือพิมพ์
ซึ่งเป็นธรรมดาของพระราชดำรัสในโต๊ะเสวยก็จะต้องมีพระราชกระแสอื่นๆ
มาก่อนหน้านี้ หรือคนหนังสือพิมพ์กราบบังคมทูลถามอย่างใดอย่าง
หนึ่งหรือหลายอย่าง และเมื่อมีพระราชกระแสที่เป็นข่าวนี้แล้ว
ก็จะต้องมีพระราชกระแสอื่นๆ ต่อไปอีก

การที่จะนำพระ
ราชกระแสในโต๊ะเสวยมาบอกเล่าให้คนนอกทราบนั้น
ก็ไม่บังควรอย่างยิ่งอยู่แล้ว แต่ถ้าจะบอกเล่า ก็ควรจะบอกให้หมดว่า
พระราชกระแสก่อนนั้นมีมาอย่างไร และพระราชกระแสต่อไปมีอย่างไร
การที่รัฐบาลจงใจเชิญพระราชกระแสมาแต่ประโยคเดียว แล้วสั่งให้เผยแพร่ต่อไป
นั้น เป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง แม้จะเป็นคำพูดของคนอื่นก็ไม่ควร
เพราะไม่เป็นธรรมแก่ผู้พูด

ความจริง
คนหนังสือพิมพ์ที่เฝ้าฯอยู่ในโต๊ะเสวยนั้น มีอยู่หลายคน
ไปจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ
แต่มีอยู่เพียงฉบับเดียวหรือสองฉบับเท่านั้นที่ได้นำมาลงเป็นข่าว
แต่ก็เป็นข่าวเล็กๆ
มิได้ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ข่าวสำคัญหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่นั้นมิได้เอ่ยถึงเลย


ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่าหนังสือพิมพ์ไทยนั้นถึงจะจ้วงจาบ
ใครต่อใครให้เกิดโทสะ เคียดแค้นได้อยู่เสมอ แต่ก็รู้ที่ต่ำที่สูง
บูชาคนที่ควรบูชาและมีความ จงรักภักดีอันมั่นคงแข็งแรงอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือ
หนังสือพิมพ์ไทยยังเป็นผู้ดีอยู่ไม่กำเริบ ผมก็ไม่เข้าใจว่า
ทำไมนายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์
จึงได้ตื่นเต้นถึงกับบอกคณะรัฐมนตรีให้ช่วยกันเผยแพร่ข่าวนี้ให้สะพัดออกไป
และย้ำแล้ว ย้ำอีกว่า อยากให้คนรู้กันทั่ว

ที่คุณเปรมอ้างว่าจงรัก
ภักดีต่อพระกรุณายิ่งกว่าใครนั้น
น่าจะต้องเอามาผ่านห้องทดลองเพื่อวิเคราะห์กันใหม่เสียแล้วกระมัง?
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องคิดก็คือ คำว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ นั้น
หมายความว่าอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ความหมายของคำนี้ในขณะที่มีพระราชดำรัสนั้นเป็น อย่างไร
เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ผมเองก็ไม่รู้

คุณเปรมเป็นอะไรมาจึงจะเข้าไปหยั่งรู้ในพระราชหฤทัยได้? เพียงแต่คิดว่าตัวรู้ก็ออกจะเป็นคนไม่น่าติดต่อด้วยเสียแล้ว

เรื่อง
ประชาธิปไตยแบบไทยๆ นี้
ผมได้ยินพูดกันมาช้านานแล้วคนโน้นพูดบ้างคนนี้พูดบ้าง
ฟังดูก็เห็นตรงกันแต่ศัพท์ที่ใช้เรียก
ส่วนวิธีการที่อ้างว่าเป็นวิธีการแบบไทยๆ นั้น ไม่เห็นตรงกันสักราย
เมื่อต่างคนต่างคิดในเรื่องเดียวกันนี้
ต่างคนต่างก็มีวิธีการของตนแตกต่างกันไป บ้าบ้าง บอบ้าง บิ่นบ้าง
หาอะไรเป็นแก่นสารและเอาเป็นที่ยุติไม่ได้

เมื่อคุณเปรม
ตื่นเต้นในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ อย่างนี้ ก็พอจะเข้าใจได้ว่า
คุณเปรมเองก็ต้องการและมีวิธีการของระบอบประชาธิปไตย แบบไทยๆ ของตนเอง

หมายถึง การเป็นนายกฯโดยไม่ต้องสมัครผู้แทนฯให้เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ใช่ไหม?

หมายถึงการที่เป็นนายกฯ คนเดียวตลอดไปใช่ไหม?

หมายถึงนายกฯ คนที่ชื่อเปรมนั้นไม่ต้องรับผิดในสิ่งใดและต่อใครใช่ไหม?

หมายถึงนายกฯคนที่ชื่อเปรมจะต้องอยู่เหนือคำวิพากษ์วิจารณ์ ใครแตะต้องไม่ได้ ใช่ไหม?

หมายถึง ความเป็นนายกฯนั้นมีแต่เสวยสุข ไม่มีทุกข์กับใคร ใช่ไหม?

ได้อยู่บ้านหลวง ใช้น้ำหลวง ไฟหลวง ใช่ไหม?

จะไปไหนก็ใช้รถหลวง เรือหลวง หรือหลวงออกค่าโดยสารเครื่องบินให้ยกโขยงกันไปเที่ยวต่างประเทศได้ ใช่ไหม?

จะไปไหนก็มีคนมาเรียงรายคอยต้อนรับ บางแห่งถึงกับก้มลงกราบกับพื้นดิน ใช่ไหม?

ความ
คิดเหล่านี้ก่อให้เกิดตัณหาอุปาทาน อันเป็นต้นเหตุของอกุศลมูล คือ โลภะ
โทสะ โมหะ โลภะ ทำให้เกิดความอยากเห็นความคิดของตนเป็นผล จริงจังขึ้นมา
เพื่อทุกอย่างที่ตนปรารถนาจะให้เกิดขึ้นจะได้เกิดขึ้น
และเห็นจะเป็นเพราะความอยากนั้นเองที่ทำให้คนเหมาเอาคำว่า
ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ในพระราชดำรัสนั้นตรงกับความ หมายที่ตนคิดไว้
ถึงกับดีอกดีใจสั่งให้เผยแพร่ต่อๆ ไป เป็นการตู่พระราชดำรัสโดยแท้
ในหลวงนั้น ทรงเป็นล้นพ้นในทุกกรณี ไม่ควรที่ใครจะไปเหมาเอาว่า
พระราชดำริใดๆ ตรงกับความคิดของตนเองได้

เพราะฉะนั้นต่อ ไปนี้
หากคุณเปรมหรือรัฐบาลคุณเปรม ไม่ว่าจะเป็นเปรม 5 เปรม 6 ไปจนถึงเปรม 432
จนกระทำสิ่งใดโดยอ้างว่า เพื่อเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ แล้ว
จะต้องถือว่าการกระทำนั้นเป็นความคิดของคุณเปรมเองแต่ผู้เดียว
ไม่ใช่ตามความหมายในพระราชดำรัส ใครไม่เห็นด้วยก็อาจแย้งได้
คุณเปรมไม่มีสิทธิ์ที่จะอ้างว่า
ทำไปตามพระราชดำรัสเพื่อปกป้องคุ้มกันตนเอง
เมื่อมีอะไรเสียหายเกิดขึ้นคุณเปรม จะต้องรับผิดด้วยตนเอง
จะไปซัดความผิดให้แก่ใครไม่ได้
จะอ้างว่าทำไปด้วยความจงรักภักดีก็ไม่ได้เด็ดขาด คุณสมัคร สุนทรเวช
ได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน แต่แทนที่ใครจะได้สติ
คุณสมัครกลับถูกโจมตีมากมายทางวิทยุและทางอื่นๆ

ผม
ได้อ่านคำชี้แจงของคุณสมัครในหนังสือพิมพ์เดลิมิเลอร์
เกี่ยวกับเรื่องที่คุณสมัครถูกโจมตีนี้แล้ว
รู้สึกจับใจในความรู้จักประมาณตนของคุณสมัครมาก
ไม่เสียทีที่คุณสมัครเกิดมาในตระกูลข้าราชสำนัก
มีบรรพบุรุษเคยใกล้ชิดพระองค์มาก่อน รู้ต่ำรู้สูง
รู้สิ่งใดควรพูดสิ่งใดไม่ควร

คึกฤทธิ์ ปราโมช

*************************************

สรุป

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และท่านสมัคร สุนทรเวช มองไพร่คนนี้ออก มาต้อง 20 กว่าปี ก่อนคนเสื้อแดงหลายๆ ท่านเสียอีก
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://democraticthai.forumotion.com
 
หมวด ๒ รัฐธรรมนูญ50
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
เราสีแดง, นักรบไซต์เบอร์, พวกเราชาวสีแดง, ความจริงวันนี้, เผด็จการซ่อนรูป, ต้านเผด็จการ,เผด็จการ :: หมวดข่าวสารการเมือง :: บอร์ดต้านระบอบเผด็จการ-
ไปที่: